นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์การแข่งขันทางการค้าในระบบ E-Commerce ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยยังเผชิญข้อจำกัดจากกติกาและมาตรการกำกับดูแลที่ไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ผู้ประกอบการภายในประเทศต้องรับภาระต้นทุนด้านภาษี มาตรฐานสินค้า และข้อกำหนดทางกฎหมายหลายด้าน ขณะที่สินค้านำเข้าจากต่างประเทศบางส่วนกลับเข้าสู่ตลาดไทยได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่า
นางสาวภิญญาพัชญ์ กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการรายย่อยของไทย โดยเฉพาะในระยะยาวที่ผู้ผลิตภายในประเทศอาจไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ และทำให้โครงสร้างการผลิตภายในประเทศอ่อนแอลง ทั้งนี้ ยังเห็นว่าการเติบโตของแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่างชาติ แม้จะเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค แต่ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่รัดกุมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทย รวมถึงรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการภายในประเทศ
นางสาวภิญญาพัชญ์ ยังเสนอให้หน่วยงานภาครัฐบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านภาษี การนำเข้าสินค้า และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกำหนดมาตรการให้แพลตฟอร์มต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ต้องเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบตรวจสอบของภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและสร้างความโปร่งใส นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มต่างชาติและสินค้านำเข้าอย่างเป็นธรรม และนำรายได้ส่วนดังกล่าวจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุน ฟื้นฟู และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)