นางกัลยา ใหญ่ประสาน ประธานอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงทางอาหาร ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา กล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารในปัจจุบันว่า ภาวะสงครามและความผันผวนของราคาพลังงาน ส่งผลให้ต้นทุนภาคการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชที่เริ่มขาดแคลน กระทบต่อการผลิตของเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อปัจจัยการผลิตมีต้นทุนสูงขึ้น ย่อมส่งผลให้ผลผลิตลดลง ขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงอยู่ในระดับเดิม ทำให้ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวม
นางกัลยา ระบุว่าแนวทางสำคัญในการรับมือคือ การลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางของภาคเกษตรไทย โดยควรส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ การทำเกษตรผสมผสาน และการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต นอกจากนี้ ยังควรสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อขับเคลื่อนระบบเกษตรและระบบอาหารของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง
สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ