สภาผู้แทนราษฎรจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ 3 ด้าน ทั้งการบำบัดฟื้นฟู การป้องกัน และการพัฒนากฎหมาย ภายใต้โครงการสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน : กิจกรรมส่งเสริมบทบาทสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ โดยเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและผู้มีปัญหาจิตเวชจากยาเสพติด กลุ่มที่ 2 การพัฒนาระบบป้องกันยาเสพติดที่ยั่งยืน และกลุ่มที่ 3 กฎหมายที่ต้องพัฒนาต่อการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด
นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและผู้มีปัญหาจิตเวชจากยาเสพติด ดำเนินการตามนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด โดยให้แต่ละพื้นที่บริหารจัดการตามบริบทของตนเอง ผ่านความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเสนอปรับปรุงกฎหมายเพื่อเปิดทางให้หน่วยงานสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระหว่างรอการแก้ไขกฎหมาย จะใช้ระบบติดตามเร่งด่วนผ่านบันทึกข้อตกลงแบ่งปันข้อมูล (DSA) และมาตรการรักษาความลับ (NDA) ควบคู่ไปก่อน พร้อมรับข้อสังเกตจากเวทีสัมมนาเรื่องการกำหนดปริมาณยาเสพติดเพื่อสันนิษฐานการครอบครองเพื่อเสพ เพื่อนำไปพิจารณาปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายต่อไป
ด้าน นายภาสกร บุญญลักษณ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าการป้องกันยาเสพติดต้องเริ่มจากการสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก เยาวชน ครอบครัว และชุมชน โดยเน้นพัฒนาทักษะชีวิตและการคิดวิเคราะห์ ควบคู่กับการดูแลกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงาน ในการขับเคลื่อนเชิงรุก
ขณะที่ พลตำรวจโท อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เสนอให้พัฒนากฎหมายเพื่อรองรับการปราบปรามยาเสพติดในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการลักลอบผ่านระบบโลจิสติกส์และการค้าขายออนไลน์ พร้อมเสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้น โดยไม่กระทบสิทธิของประชาชน
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง