สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือ นำโดย นายมังกร ศรีเจริญกุล ร่วมแถลงถึงสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยระบุว่ายังคงอยู่ในระดับวิกฤตและส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นว่าแม้ภาครัฐจะใช้งบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหา แต่การดำเนินงานในพื้นที่ยังขาดประสิทธิภาพ เนื่องจากการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่เป็นระบบ รวมถึงข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และงบประมาณสนับสนุน เช่น อุปกรณ์ดับไฟป่าที่ชำรุดและขาดการบำรุงรักษา นอกจากนี้ ยังสะท้อนผลกระทบจากมาตรการปิดป่า ซึ่งส่งผลต่อประชาชนที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเสนอให้ภาครัฐจัดหาแนวทางรองรับด้านอาชีพในช่วงที่มีการจำกัดการเข้าพื้นที่
ด้าน น.ส. มณีรัตน์ เขมวงศ์ ระบุว่าพื้นที่ภาคเหนือกำลังเผชิญทั้งปัญหาฝุ่นภายในประเทศและมลพิษข้ามพรมแดน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างกว้างขวาง หลายพื้นที่ในภาคเหนือยังคงมีค่าฝุ่นอยู่ในระดับอันตรายต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน และในแต่ละปีประชาชนต้องเผชิญปัญหาฝุ่นเกินมาตรฐานเป็นระยะเวลาหลายเดือน โดยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
สว. กลุ่มดังกล่าวเห็นว่า การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 จำเป็นต้องจัดการที่ต้นตอของปัญหา ซึ่งครอบคลุมทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม การคมนาคม และมลพิษข้ามพรมแดน ไม่ควรมุ่งเฉพาะการควบคุมการเผาป่าเพียงอย่างเดียว พร้อมกันนี้ เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เร่งนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากเห็นว่าเป็นกลไกสำคัญในการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างเป็นระบบ และคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงอากาศสะอาด ส่วนสาเหตุที่เร่งให้เสนอร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญมาตรา 147 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีสามารถนำร่างกฎหมายที่ตกไปจากการยุบสภากลับเข้าสู่การพิจารณาได้ภายใน 60 วัน นับแต่วันเปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก ซึ่งในกรณีนี้จะครบกำหนดในวันดังกล่าว หากพ้นกำหนด ร่างกฎหมายจะต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง