31 มี.ค.69 - สว.นันทนา นันทวโรภาส เสนอญัตติด่วนวิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือของไทย เรียกร้องรัฐบาลแสดงความจริงใจ นำพ.ร.บ.อากาศสะอาด กลับมาพิจารณาใหม่

image

          นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อที่ประชุมวุฒิสภา เรื่อง วิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือของประเทศไทย โดยระบุว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนใน 9 จังหวัดภาคเหนือประกอบด้วย จังหวัดแม่ฮองสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน ตาก พะเยา แพร่ และน่าน ได้รับผลกระทบจากวิกฤต PM2.5 ซึ่ง 5 วันที่ผ่านมาจังหวัดเชียงใหม่มีคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุด ขึ้นเป็นอันดับ 1 เมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากสุดในโลก โดยมีดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส แต่ยังมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักกว่าจังหวัดเชียงใหม่ คือ ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีค่า AQI สูงถึง 1,357 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทุบสถิติทุกประเทศในโลกที่มีสภาพอากาศเลวร้าย สูงที่สุดเท่าที่โลกเคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์มลพิษ 

          นางสาวนันทนา กล่วว่า สถานการณ์วิกฤต PM2.5 ในขณะนี้เกิดขึ้นเกือบครึ่งนึงของประเทศไทย แต่ในพื้นที่ภาคเหนือ PM2.5 เกิดจากการเผาของประเทศเพื่อนบ้านและในประเทศเอง เพื่อเตรียมการเพาะปลูกในเดือนพฤษภาคม ซึ่งสภาพอากาศที่เลวร้ายได้ส่งผลต่อระบบหายใจและคุณภาพชีวิต สิ่งที่จะตามมาคือเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อธุระกิจการท่องเที่ยว เพราะภาคเหนือพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน หากปล่อยให้เกิดสภาพปัญหาเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเที่ยวในพื้นที่ 

          นางสาวนันทนา กล่าวอีกว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ของประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาเรื้อรังมากกว่า 10 ปี ผ่านมาหลายรัฐบาล แต่ไม่มีการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความคืบหน้า ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และไม่มีการดำเนินการทางด้านการทูต ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและดำรงอยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิธีการบริหารจัดการที่ผ่านมาเป็นความล้มเหลวทั้งวิสัยทัศน์ผู้นำ ระบบราชการไทย ขณะที่ภาคส่วนต่าง ๆ มีการผลักดันกฎหมาย อาทิ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด... หรือ พ.ร.บ.อากาศสะอาด หวังใช้เป็นเครื่องมือในการบีบให้ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา ซึ่งตนยังคาดหวังว่าหากรัฐบาลชุดนี้จริงใจในการแก้ปัญหาให้บ้านเมืองมีอากาศสะอาดก็ควรจะหยิบยกกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาภายใน 60 วัน


คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ