คณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส และความหลากหลายทางสังคม วุฒิสภา จัดโครงการเสวนาระดมความคิดเห็นเรื่อง “การทลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ” โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานเปิดการเสวนา นายสมหมาย ศรีจันทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวรายงาน และศาสตราจารย์ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส บรรยายเรื่อง “กำแพงที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ” พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ คณะอนุกรรมาธิการฯ สมาชิกวุฒิสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการเสวนา ณ ห้องจัดเลี้ยง 102-104 ชั้น 1 อาคารรัฐสภา
นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การศึกษาไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้ในห้องเรียน แต่คือ "กุญแจสำคัญ" ที่จะปลดล็อกศักยภาพของมนุษย์ทุกคน การจัดเสวนาครั้งนี้เพื่อภารกิจสำคัญคือ "การทลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสของคนพิการ" ไม่ว่าจะเป็นกำแพงทางกายภาพ กำแพงทางเทคโนโลยี หรือแม้แต่กำแพงทางทัศนคติในสังคม โดยเฉพาะในบริบทของโลกยุคปัจจุบันที่ AI และ Big Data เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ หากระบบการศึกษาไทยสามารถจัดหานวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความบกพร่องเฉพาะบุคคลได้ ก็จะสามารถดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของคนพิการแต่ละคนออกมาได้อย่างเต็มที่ เมื่อมีต้นทุนทางการศึกษาที่เท่าเทียมกับคนอื่นในสังคม คนพิการสามารถดำเนินชีวิตและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาสังคมได้ไม่ต่างจากคนปกติ ดังนั้น เป้าหมายสูงสุดของการมอบโอกาสทางการศึกษาจึงไม่ใช่เพียงเพื่อให้ความรู้ แต่คือการสร้างเกียรติและศักดิ์ศรี เพื่อให้คนพิการสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างยังยืน และหากทุกท่านเปิดประตูโอกาสทางการศึกษาให้กว้างขึ้นจะพบว่าคนพิการ คือ ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่ามีพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความมุ่งมั่นที่ได้มาร่วมกันหาทางออกในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันที่สำคัญในการพังทลายทุกอุปสรรคที่ขวางกั้นโอกาสทางการศึกษาอนาคตของคนพิการไทยโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง
นายสมหมาย ศรีจันทร์ รองประธาน กมธ. กล่าวว่า เนื่องจากกฎหมายและนโยบายด้านการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการที่ยังไม่ครอบคลุมซึ่งจากข้อมูลเชิงสถิติและข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ในทางปฏิบัติ พบว่า ยังคงมีคนพิการจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ โดยเฉพาะในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างระหว่าง “สิทธิที่กฎหมายรับรอง” กับ “โอกาสทางการศึกษาในความเป็นจริง” โดยอุปสรรคดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความพิการของบุคคล หากแต่เกิดจาก “กำแพง” เชิงโครงสร้างที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาในหลายมิติ ได้แก่ 1) กำแพงด้านทัศนคติและความเข้าใจของครอบครัว สถานศึกษา และสังคม 2) กำแพงด้านความไม่รู้และการขาดความเข้าใจในความหลากหลายของคนพิการ 3) กำแพงด้านระบบการจัดการศึกษาและความไม่พร้อมของสถานศึกษา 4) กำแพงด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ และการบริหารจัดการ และ 5) กำแพงด้านคุณภาพการศึกษา สื่อ เทคโนโลยี และการสนับสนุนที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของคนพิการแต่ละประเภท
สำหรับโครงการเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้คนพิการทุกประเภทรวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคประชาสังคม และมูลนิธิต่าง ๆ ได้สะท้อนประสบการณ์จริง โดยสะท้อนให้เห็นถึง “กำแพง” ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการศึกษาและร่วมกันเสนอแนวทางการทลายกำแพงเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติอันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการศึกษาที่เคารพสิทธิ คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแท้จริง นอกจากนี้ภายในงานได้มีการประชุมกลุ่มย่อย “แนวทางทำลายกำแพงที่ปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของคนพิการ” ได้แก่ กลุ่มที่ 1 กลุ่มคนพิการทางการเห็น กลุ่มที่ 2 กลุ่มคนพิการทางการได้ยิน กลุ่มที่ 3 กลุ่มคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือร่างกาย และกลุ่มที่ 4 กลุ่มคนพิการทางสติปัญญา ออทิสติก และการเรียนรู้
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ