31 ม.ค. 69 - กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับระบบนำเข้าอาหารและผักผลไม้ปลอดภัย หลังลงพื้นที่พบข้อจำกัดการตรวจสอบและสกัดกั้นสินค้าที่ปนเปื้อนสารเคมี หวั่นกระทบสุขภาพผู้บริโภค พร้อมผลักดันนวัตกรรม One Lab One Day และมาตรการ Border Rejection ป้องกันผักผลไม้พิษเข้าสู่ตลาดไทย

image

        การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ครั้งที่ 2/2569 ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุมพิจารณาประเด็นระบบอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะผักและผลไม้นำเข้า ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยังพบการปนเปื้อนสารเคมีและสารอันตรายเกินมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะจากการลงพื้นที่ตรวจสอบด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นด่านนำเข้าผักผลไม้ขนาดใหญ่ คณะกรรมาธิการพบข้อจำกัดในกระบวนการตรวจสอบและสกัดกั้นสินค้า จากผลการสุ่มตรวจในปีที่ผ่านมา พบว่าผักผลไม้นำเข้า 9 ใน 10 ชนิดมีสารปนเปื้อน และในจำนวนนี้ 7 ชนิดมีสารเคมีเกินมาตรฐาน รวมถึงพบสารฆ่าแมลงบางชนิดที่ประเทศไทยไม่อนุญาตให้ใช้แล้ว

        จากกรณีดังกล่าวคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ จึงเชิญสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมศุลกากร และกรมวิชาการเกษตร ร่วมหารือแนวทางสร้างระบบนำเข้าอาหารและผักผลไม้ปลอดภัย โดย อย. ได้นำเสนอนวัตกรรม One Lab One Day ซึ่งเป็นระบบตรวจวิเคราะห์ที่สามารถทราบผลภายใน 24 ชั่วโมง แก้ปัญหาเดิมที่ต้องปล่อยสินค้าเข้าประเทศระหว่างรอผลตรวจหลายวัน ทำให้การเรียกคืนสินค้าเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ยังมีการใช้มาตรการ Border Rejection หรือการส่งคืนสินค้ากันที่ หากตรวจพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐานขณะสินค้ายังอยู่ในอารักขาของศุลกากร ซึ่งเป็นความเห็นชอบร่วมกับผู้ประกอบการ ช่วยลดภาระทางคดี และป้องกันไม่ให้ผักผลไม้ที่ไม่ปลอดภัยเข้าสู่ตลาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลการทดลองระบบในช่วงวันที่ 18–22 มกราคมที่ผ่านมา พบตัวอย่างผักผลไม้ 54 รายการมีสารอันตรายทางการเกษตรชนิดร้ายแรง และถูกดำเนินการ Border Rejection ทันที

        ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดของการยกระดับมาตรการดังกล่าว คือการคุ้มครองสุขภาพของประชาชน ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง และสร้างระบบอาหารปลอดภัยอย่างยั่งยืน โดยเน้นความร่วมมือเชิงบวกระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ภายใต้กรอบกฎหมายที่เข้มงวด และจะติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ