นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา พร้อมด้วยนายบุญชอบ สระสมทรัพย์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามภารกิจถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการถ่ายโอนสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) โดยร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประธานชมรม รพ.สต. จังหวัดจันทบุรี ผู้อำนวยการ รพ.สต. พลิ้ว ผู้อำนวยการ รพ.สต. ปอน ผู้อำนวยการ รพ.สต. หนองชิ่ม ผู้อำนวยการ รพ.สต. บางสระแก้ว ประธานกลุ่มพื้นที่สุขภาพอำเภอต่าง ๆ รวมทั้งรองประธาน อสม. ตำบลพลิ้ว และบุคลากรของ รพ.สต. พลิ้ว
ด้าน รพ.สต.พลิ้ว ได้รายงานถึงสถานการณ์กำลังคนที่ยังขาดแคลน โดยปัจจุบันมีข้าราชการประจำ 6 อัตรา ประกอบด้วย นักวิชาการสาธารณสุข 3 คน พยาบาลวิชาชีพ 2 คน เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข 1 คน และเป็นบุคลากรอัตราจ้าง 10 คน ประกอบด้วย แพทย์แผนไทย 1 คน พยาบาลวิชาชีพ 1 คน เจ้าพนักงานธุรการ 1 คน ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1 คน พนักงานช่วยเหลือคนไข้ 1 คน พนักงานสถานที่ 1 คน และผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 4 คน ทั้งนี้ ยังขาดบุคลากรตามกรอบอัตรากำลัง 2 อัตรา คือ เจ้าพนักงานเภสัชกร 1 คน และเจ้าพนักงานการเงินและการบัญชี 1 คน
จากปัญหาการขาดแคลนกำลังคน รพ.สต. พลิ้ว มีข้อเสนอให้จัดสอบบรรจุเป็นกรณีพิเศษในปีงบประมาณ 2569 ให้กับบุคลากรในตำแหน่งที่มีสิทธิสอบ คือ พยาบาลวิชาชีพ แพทย์แผนไทย เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข หรือ นักวิชาการทันตสาธารณสุข รวมทั้งการจัดให้มีการสอบกรณีพิเศษในทุกตำแหน่งตามกรอบโครงสร้างอัตรากำลังของ รพ.สต. เพื่อให้เกิดขวัญกำลังใจ ในการปฏิบัติงานของบุคลากร รวมถึงสนับสนุนให้พนักงานกระทรวงสาธารณสุขสามารถรับเงินเดือนตามอัตราของท้องถิ่นแทนอัตราของกระทรวงสาธารณสุขเดิม และจ่ายเงินค่าครองชีพอัตราจ้าง โดยใช้เงินบำรุงได้ เพื่อแก้ปัญหาการตันของอัตราจ้างชั่วคราว
ส่วนด้านงบประมาณ รพ.สต. พลิ้ว คาดการณ์รายรับปี 2568 ที่ 2,778,800 บาท และรายจ่าย 2,774,750 บาท ภายหลังการถ่ายโอนยังคงมีการจัดทีมสหวิชาชีพให้บริการใน รพ.สต. ที่ถ่ายโอนทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน และจัดให้บริการในชุมชน การจัด Telemedicine ให้คำปรึกษาทางไกล ผู้ป่วยคลินิกโรคเรื้อรัง การรับส่งต่อผู้ป่วย โดยไม่มีการเรียกเก็บจาก รพ.สต. ที่ถ่ายโอน โดยมีข้อเสนอให้ ยกเลิกการกันเงินฉุกเฉิน และให้ข้าราชการส่วนภูมิภาคสามารถเบิกจ่ายตรงจากกรมบัญชีกลางใน รพ.สต. ที่ถ่ายโอน รวมถึงผลักดันการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงบประมาณให้เหมาะสมกับขนาดของ รพ.สต. คือ 1 ล้านบาท 1.5 ล้านบาท และ 2 ล้านบาท ในส่วนปัญหาด้านพัสดุ/ครุภัณฑ์ มีข้อเสนอให้ ยกเว้นการนำครุภัณฑ์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท เข้าสู่การพิจารณาของสภา อบจ. เพื่อให้สามารถจัดซื้อได้อย่างรวดเร็วและทันต่อการให้บริการ แม้การถ่ายโอน รพ.สต. ไปยัง อบจ. จะช่วยเสริมสร้างระบบบริการสาธารณสุขระดับท้องถิ่นให้มีความยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขึ้น แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการในหลายด้าน ทั้งบุคลากร งบประมาณ และกฎหมาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่บุคลากรและเสริมสร้างคุณภาพบริการ
ทั้งนี้ กมธ. จะนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาและจัดทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ