พรรคไทยสร้างไทย จัดเสวนาวิชาการ หัวข้อ “SMEs ไทยจะรับมืออย่างไรกับ Megatrend” โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ประกอบด้วย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายนรุตม์ชัย บุนนาค รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพย์โซลูชั่น จำกัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และตัวแทนภาคเอกชนเข้าร่วม ณ ห้องประชุมวิปฝ่ายค้านชั้น 2 โซนกลาง อาคารรัฐสภา
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวเปิดการสัมมนาว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงถึงร้อยละ 92 แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการแก้ปัญหาหนี้เสียออกมา แต่หนี้ภาคครัวเรือนยังน่าเป็นห่วง ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องเร่งสร้างรายได้และลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ซึ่งพรรคไทยสร้างไทย ได้สนับสนุนโดยการออกกฎหมายกองทุนเครดิตประชาชน ที่จะให้ทุนกับประชาชน ในอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 1 ต่อเดือน โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อให้ประชาชนสามารถตั้งตัวได้ รวมถึงการเพิ่มทักษะและการหาตลาด ขณะที่การลดรายจ่ายนั้น รัฐบาลต้องเร่งปรับโครงสร้างทั้งราคาพลังงานไฟฟ้า น้ำมัน และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งการสนับสนุนเงินทุนให้กับธุรกิจ SMEs สามารถตั้งตัวได้ ลดการกู้เงินจากนอกระบบ
ด้านนายนรุตม์ชัย บุนนาค คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า ขณะนี้พรรคไทยสร้างไทย ได้เสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยมียึดหลักการขจัดอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจของประชาชน ที่มีกว่า 1,400 ฉบับ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับ SMEs โดยจะเริ่มจากการเสนอให้รัฐบาลออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 1 ฉบับซึ่งใช้เวลาไม่มาก เพื่อเว้นการบังคับใช้กฎหมายในเรื่องการอนุมัติอนุญาต การลงโทษทั้งอาญาและปกครองออกไป 3 ถึง 5 ปี จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการปรับปรุงกฎหมาย ให้แล้วเสร็จเพื่อลดจำนวนลงให้เหลือกฎหมายที่จำเป็น 100 ถึง 200 ฉบับเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ประกอบธุรกิจได้อย่างเต็มที่
ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพย์โซลูชั่น จำกัดกล่าวถึงการปรับตัวของ SMEs ในยุคดิจิทัล ว่า การเข้ามาของทุนต่างชาติทั้งช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมการรับมือด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้าไปใช้ประโยชน์ช่วยในการค้าขายเพิ่มศักยภาพให้องค์กร เพิ่มทักษะให้กับบุคลากรในองค์กร เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกัน รัฐบาลต้องขับเคลื่อนนโยบายสนับสนุนการค้าออนไลน์เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันกับทุนต่างชาติได้
นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและอดีตประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวถึงการปรับตัวของ SMEs ต่อผู้บริโภคยุคใหม่ ว่า ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ให้มีความคล่องตัวกระฉับกระเฉง โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี มาผสมผสาน ลดโครงสร้างขององค์กรให้กระชับ
และต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยลดต้นทุน รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการตลาด โดยใช้โลกของเทคโนโลยีและสื่อทางด้านอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย
นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กล่าวถึงการสร้างความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจสีเขียว ว่า ธุรกิจจะต้องปรับตัว เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งจัดออกเป็น 3 มิติ มิติที่ 1 การปล่อยและดูดกลับก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร (Direct Emissions) เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงจากองค์กร เช่น การใช้เชื้อเพลิงต่างๆ ในกระบวนการผลิต, การใช้ยานยนต์ขนส่งภายในองค์กร, การรั่วไหลของสารทำความเย็น มิติที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Indirect Emissions) เช่น การซื้อไฟฟ้า ไอน้ำ ความร้อน หรือความเย็น เพื่อนำมาใช้ภายในองค์กร หรือโรงงานอุตสาหกรรม และมิติที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่น ๆ (Other Indirect Emissions) เช่น การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตามจุดต่างๆ ตลอดทั้งซัพพลายเชนที่นอกเหนือจาก 2 มิติข้างต้น อย่างไรก็ตาม องค์กรต้องปรับแผนกลยุทธ์สำหรับการเปลี่ยนวิถีการทำธุรกิจของตน รวมถึงจัดหาวัตถุดิบทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง