นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความเห็นต่อกรณีคณะกรรมการไตรภาคี ได้ยืนยันกำหนดอัตราการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ ตามมติเดิมของคณะกรรมการ ในอัตรา 2 - 16 บาท แล้วแต่จังหวัด โดยเห็นว่า สูตรการคำนวณค่าแรงขั้นต่ำของคณะกรรมการไตรภาคี มีความล้าสมัยไปแล้ว พร้อมเสนอให้มีการแก้ไขสูตรการคำนวณใหม่ รวมถึงเสนอให้ปรับคำว่าค่าแรงขั้นต่ำเปลี่ยนเป็นค่าแรงที่เป็นธรรม และขอตั้งข้อสังเกตว่าการขึ้นค่าแรงแต่ละครั้ง เป็นการขึ้นค่าแรงที่เกิดผลลัพธ์กับแรงไทยหรือแรงงานต่างชาติ ซึ่งตนประเมินว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ จะเกิดผลลัพธ์ต่อแรงงานคนไทย น้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานต่างชาติมากกว่า เช่น แรงงานชาวเมียนมา ซึ่งหากมีการประเมินอัตราค่าจ้างแรงงานใหม่ ควรยึดหลักการยกระดับหรือการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ผ่านการทดสอบเพื่อให้ใบรับรอง ซึ่งเป็นโครงสร้างค่าจ้างที่เป็นธรรม
นายสฤษฏ์พงษ์ ประธาน กมธ.การแรงงาน สภาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า บางครั้งต้องพิจารณาด้วยว่าตัวแทนไตรภาคี ในส่วนของนายจ้างเป็นนายจ้างที่แท้จริงหรือไม่ เพราะเมื่อผลการพิจารณาของไตรภาคีออกมา ส่วนตัวเห็นว่า อำนาจการต่อรอง นอกเหนือจากบริบทในวิธีการนำสูตรมาจับและคำนวณ อิทธิพลของตัวแทนนายจ้างยังเหนือกว่าลูกจ้าง เพราะฉะนั้น จึงเห็นว่าน่าจะมีรื้อระบบไตรภาคี แล้วทำเป็นระบบพหุภาคี หรือรูปแบบใหม่ ซึ่งขณะนี้ ทาง กมธ.การแรงงาน สภาฯ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดตั้งสภาแรงงานจังหวัด เพื่อเป็นกลไกสร้างความเป็นธรรมในกับแรงงานในส่วนภูมิภาค ด้วย
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง