นายนพดล พริ้งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่บางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ว่า สืบเนื่องจากพื้นที่อำเภอบางระกำ เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ กรมชลประทานได้ดำเนินโครงการบางระกำโมเดล เพื่อนำพื้นที่บางระกำทำเป็นแก้มลิงธรรมชาติ รองรับน้ำจากแม่น้ำยมในช่วงฤดูน้ำหลากและปริมาณน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ ทำให้อำเภอบางระกำเกิดน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา โดยเกษตรกรบางส่วนจะทำนาโดยการเผาตอซังข้าว ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งก๊าซดังกล่าวจะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และ PM 10 ซึ่งการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์จะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งเป็นอันตรายต่อประชาชน ตนจึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเผาตอซังข้าว ว่า ควรทำการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์และใช้น้ำหมักตอซังข้าว รวมถึงการแปรสภาพต้นและตอซังที่เหลือเป็นปุ๋ย ซึ่งการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์และการใช้น้ำหมักตอซังข้าวเป็นวิธีที่เหมาะสมกับพื้นที่และชุมชน เพราะน้ำหมักช่วยย่อยสลายซังข้าวและฟางข้าว ช่วยลดการเผาซังข้าว ซึ่งเป็นสาเหตุของการก่อมลพิษทางอากาศ และช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ควบคุมวัชพืชและศัตรูพืช ส่งเสริมการใช้จุลินทรีย์ในท้องถิ่น และเป็นการเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในรอบต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี เป็นฤดูทำนา จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการใช้ระบบสูบน้ำที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หรือปั๊มน้ำโซลาร์เซลล์ หรือพลังงานทดแทนอื่น ๆ เพื่อใช้ในการสูบน้ำสำหรับหมักตอซังข้าว พร้อมพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนตามความเหมาะสมของแต่ละสภาพพื้นที่
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง