คณะ กมธ. การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ศึกษาประโยชน์และแนวทางลดผลกระทบจากความตกลง RCEP

11 ก.ย. 63 - คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา ศึกษาความตกลงRCEP พบช่วยเปิดตลาดให้สินค้าหลายประเภทของไทยขณะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีมาตรการช่วยปรับตัวให้ภาคการผลิตพร้อมจัดตั้งกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรให้กับสินค้าในรายการที่อาจกระทบจากคู่แข่ง

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคระ กมธ. เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(Regional Comprehensive Economic Partnership : RCEP) โดยเชิญอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเข้าให้ข้อมูลพบว่าRCEP เป็นความตกลงที่ช่วยขยายมูลค่าทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิกทำให้สินค้าของไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดและมีความสามารถในการแข่งขันได้มากขึ้น ส่วนสินค้าไทยที่จะได้ประโยชน์จากการเปิดตลาดเพิ่มในRCEP เช่น สินค้าประมง แป้งมันสำปะหลัง สัปปะรด อาหารแปรรูป ผักและผลไม้ส่วนประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้า พลาสติก เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เส้นใย  เครื่องแต่งกาย รถจักรยาน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเปิดตลาดการค้าแล้วจะมีสินค้าของประเทศคู่เจรจาที่เข้ามามีโอกาสเข้ามาแข่งขันมากขึ้นเช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ ปลาสดแช่เย็น/แช่แข็ง ท่อนเหล็ก เครื่องเพชรพลอยเทียมหินที่ใช้ก่อสร้าง กระดาษหนังสือพิมพ์ และชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบต่อการเปิดตลาดการค้าดังกล่าวจึงมีมาตรการรองรับและเยียวยา โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่อาจได้รับผลกระทบ ทางกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงร่วมมือกันในการให้เกิดการช่วยเหลือ เพื่อปรับตัวภาคการผลิต และภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าพร้อมจัดตั้งกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย

ชื่นใจ แดนไธสง / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง

เคดิตภาพ กรมประมง